Cost Strategy

. หลัก SMART คือเครื่องมือที่ใช้ในการตั้งเป้าหมายให้มีความชัดเจน เจาะจง และสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงอย่างมีทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายส่วนตัว การบริหารโครงการ หรือการพัฒนาองค์กร คำว่า SMART เป็นอักษรย่อมาจาก 5 องค์ประกอบสำคัญ คือ 1. S – Specific (เจาะจง ชัดเจน) เป้าหมายต้องมีความเฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ มองเห็นภาพความสำเร็จเดียวกัน ตอบคำถามให้ได้ว่า จะทำอะไร? ทำไมต้องทำ? และใครเกี่ยวข้องบ้าง? ตัวอย่างที่ไม่เจาะจง: "อยากเพิ่มยอดขายให้โรงงาน" ตัวอย่างที่เจาะจง (Specific): "ต้องการเพิ่มยอดขายของสินค้ากลุ่ม A ผ่านช่องทางออนไลน์" 2. M – Measurable (วัดผลได้) เป้าหมายที่ดีต้องสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลข หรือมีดัชนีชี้วัด (KPIs) ที่ชัดเจน เพื่อให้เราประเมินได้ว่าตอนนี้ขยับเข้าใกล้ความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ตัวอย่างที่วัดผลไม่ได้: "อยากประหยัดต้นทุนให้ได้เยอะๆ" ตัวอย่างที่วัดผลได้ (Measurable): "ต้องการลดต้นทุนการสูญเสียในกระบวนการผลิต (Waste)...

โครงสร้างต้นทุนของโรงงานผลิต ( ซึ่งไม่รวมต้นทุนการบริหารและขาย ) . มักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อให้ผู้บริหารสามารถวิเคราะห์ประสิทธิภาพการผลิต และควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างแม่นยำ ประกอบด้วย 1. วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials - DM) : วัตถุดิบหลักที่เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของสินค้าที่ผลิตได้จริง เช่น เหล็กสำหรับทำโครงรถ, ผ้าสำหรับทำเสื้อผ้า วิเคราะห์ด้วย ปริมาณการใช้ต่อหน่วยสินค้า ( Variable Cost ) 2. ค่าแรงทางตรง (Direct Labor - DL) : ค่าแรงของพนักงานที่มีส่วนร่วมโดยตรง ในการเปลี่ยนวัตถุดิบให้เป็นสินค้าสำเร็จรูปบนสายการผลิต วิเคราะห์ด้วย ปริมาณการผลิต/วัน หรือ /เดือน ( Fixed Cost ) 3. ค่าใช้จ่ายในการผลิต (Manufacturing Overhead - MOH) : ต้นทุนอื่นๆ ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในโรงงานแต่ไม่สามารถระบุได้โดยตรงกับสินค้าชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ได้แก่ : 3.1 วัตถุดิบทางอ้อม...

เรื่องราวดีๆจากโรงงานแห่งหนึ่ง . คุณอาทิตย์: สวัสดีครับคุณสมหวัง ผมกำลังทบทวนเรื่องการบริหารจัดการในโรงงานอยู่พอดี เลยอยากชวนคุยหน่อยว่า ในมุมมองของคุณ ในโรงงานเราเนี่ย อะไรคือต้นทุนที่ลดได้ง่ายและเร็วที่สุดครับ? คุณสมหวัง: เป็นคำถามที่ดีมากครับคุณอาทิตย์ จริงๆ แล้วต้นทุนที่ลดได้ง่ายที่สุดมักจะซ่อนอยู่ใน "ความสูญเปล่า" ที่เราเห็นกันจนชินตาครับ ผมคัดมาให้ 5 อย่างที่เริ่มทำได้ทันทีเลยคือ : 1. ของเสียและการแก้ชิ้นงาน ถ้าลดตรงนี้ได้ คือลดทั้งค่าของและค่าแรงที่เสียเปล่าครับ 2. พลังงาน , แค่คอยเช็กจุดลมรั่วหรือปิดเครื่องจักรที่ไม่ใช้ ก็เห็นผลในบิลค่าไฟเดือนถัดไปแล้ว 3. สต็อกที่มากเกินไป , การเก็บของไว้เยอะคือการเอาเงินไปจมครับ ถ้าลดลงได้ สภาพคล่องจะดีขึ้นทันที 4. การเคลื่อนไหวที่ไม่จำเป็น โดยปรับตำแหน่งวางของให้หยิบง่าย พนักงานก็ไม่เหนื่อยฟรี รอบการผลิตก็เร็วขึ้น 5. การผลิตที่มากเกินความต้องการ ผลิตเท่าที่ลูกค้าสั่ง จะช่วยตัดปัญหาเรื่องที่เก็บของและของค้างสต็อกได้ดีที่สุดครับ --- คุณอาทิตย์: ฟังดูเข้าท่าครับ แล้วในทางปฏิบัติจริง การจะลดความสูญเปล่าพวกนี้ให้สำเร็จเนี่ย คุณสมหวังคิดว่าเป็นหน้าที่ของใคร หรือตำแหน่งไหนในโรงงานที่ต้องรับผิดชอบโดยตรงครับ? คุณสมหวัง: ถ้าตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ หน้าที่ของทุกคน ครับ แต่บทบาทจะต่างกันไปตามหน้างานแบบนี้ครับ - น้องๆ พนักงานหน้างาน พวกเขาสำคัญที่สุด เพราะเห็นหน้างานจริง...

เลิกทำงานซ้ำซ้อนด้วยเทคนิค " Standard Unit Order " 💡 หัวข้อ : เปลี่ยนวิธีสั่งสินค้า ลดงานซ้ำซ้อน (Double Work) ในคลังสินค้า ซึ่งสามารถผลักดันให้สำเร็จได้โดยความร่วมมือของแผนก - ฝ่ายคลังสินค้า - ฝ่ายขาย - ฝ่ายผลิต เป็นต้น 📌 ส่วนที่ 1: ปัญหาที่พบ (Before) สินค้าจัดเก็บบน Pallet ในคลัง แต่เมื่อลูกค้าสั่งซื้อ (มักเป็นเศษหรือไม่พอดีกับ Pallet) พนักงานต้องทำการ Re-pallet หรือยกสินค้าลงจาก Pallet เดิม มาจัดเรียงใหม่ลงอีก Pallet หนึ่งตามจำนวนที่สั่ง ผลกระทบ : เกิด **Double Work** (ทำงานซ้ำซ้อน) ทำให้เสียเวลาในการเตรียมสินค้า (Lead time นานขึ้น) และพนักงานเมื่อยล้าจากการยกของโดยไม่จำเป็น อีกทั้งเสี่ยงต่อสินค้าเสียหายระหว่างเคลื่อนย้าย --------------------------------------- 🚀 ส่วนที่ 2: แนวทางการแก้ไข (After) สิ่งที่ปรับปรุง : ประสานงานกับฝ่ายขายและเจรจากับลูกค้า เพื่อขอความร่วมมือในการสั่งซื้อแบบ...

เมื่อวัตถุดิบเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดของโครงสร้างต้นทุนการผลิต ประมาณ 50-60% ของต้นทุนสินค้า ดังนั้นการวิเคราะห์หาสาเหตุจึงเป็นเรื่องสำคัญมากเพื่อให้สามารถ ควบคุมกำไรขั้นต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสาเหตุมักแบ่งออกได้เป็น 2 มิติหลัก คือ 1. ด้านราคา (Price) และ 2. ด้านปริมาณ (Quantity/Efficiency) ซึ่งแจกแจงออกมาเป็น 5 ประเด็นหลัก คือ # 1. ความสูญเสียในกระบวนการผลิต (Production Waste & Yield Loss) นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งทำให้เราต้องใช้วัตถุดิบ "มากกว่าที่ควรจะเป็น" - Defects & Rework : การผลิตสินค้าเสียทำให้วัตถุดิบที่ใช้ไปสูญเปล่า หากนำกลับมาใช้ใหม่ไม่ได้ (Scrap) ต้นทุนจะสูงขึ้นทันที - Loss / Yield : ในอุตสาหกรรมเช่น การตัดเย็บเสื้อผ้า หรือการแปรรูปอาหาร หากการวาง Layout ไม่ดี หรือเครื่องจักรไม่มีความแม่นยำ จะเกิดเศษเหลือทิ้งจำนวนมาก - Startup & Changeover Loss...

  โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure) คือหัวใจสำคัญของการบริหารกำไร ดังนั้นหากเราไม่รู้ว่าเงินไหลออกไปที่ไหนบ้าง ก็ไม่มีทางรู้เลยว่า ควรจะ "ลด" ตรงไหนถึงจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราจะแยกส่วนประกอบของต้นทุนออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ -------------------------- 1. Variable Cost (ต้นทุนผันแปร) หลักการ คือ ผลิตมาก จ่ายมาก / ไม่ผลิต ก็ไม่ต้องจ่าย นี่คือต้นทุนที่วิ่งตาม "จำนวนชิ้น" ของการผลิตโดยตรง เช่น หากคุณผลิต 1 ชิ้น คุณจ่าย 1 ชุด หากผลิต 1,000 ชิ้น คุณก็จ่าย 1,000 ชุด ประกอบด้วย เช่น 1.1 ค่าวัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) เช่น หากผลิตกระเป๋าผ้า ก็คือค่าผ้า, ซิป, ด้าย และป้ายยี่ห้อ 1.2 ค่าแรงทางตรง (Direct Labor)...