เมื่อภาษีมูลค่าเปลี่ยน กระทบต่อธุรกิจอย่างไร ?

เมื่อภาษีมูลค่าเปลี่ยน กระทบต่อธุรกิจอย่างไร ?

.

ถ้ามีการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10%
ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่จะส่งผลกระทบในวงกว้าง
โดยแต่ละกลุ่มจะมีภาระและมุมมองที่แตกต่างกัน

—————————————–

1. ผลกระทบต่อผู้ประกอบการ
ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น : เมื่อ VAT สูงขึ้น
ราคาสินค้าและบริการที่ธุรกิจซื้อเข้ามา (Input Tax) จะแพงขึ้นทันที
ทำให้ต้องใช้เงินหมุนเวียนมากขึ้นในการบริหารจัดการสต็อกและต้นทุน
.
* หากผลักภาระให้ผู้บริโภค : สินค้าจะมีราคาขายปลีกสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลให้ยอดขายลดลง
โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่ไม่จำเป็น (Non-essential goods)

* หากแบกรับภาระไว้เอง : ผู้ประกอบการต้องลดอัตรากำไร (Margin) ลง
เพื่อให้ราคาสินค้าคงเดิม ซึ่งอาจกระทบต่อสภาพคล่องและการลงทุนขยายธุรกิจ

นอกจากนี้ จะมีความซับซ้อนในระบบบัญชี คือ
ต้องมีการปรับปรุงระบบ POS , ระบบสต็อก และซอฟต์แวร์บัญชี
เพื่อรองรับการคำนวณภาษีอัตราใหม่

รวมไปถึงความเหลื่อมล้ำในการแข่งขัน
ผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษี (เพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์)
อาจมีความได้เปรียบด้านราคาชั่วคราว เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

2. ผลกระทบต่อประชาชน (ผู้บริโภค)
ค่าครองชีพสูงขึ้น : สินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปจะมีราคาสูงขึ้นทันที
ส่งผลโดยตรงต่ออำนาจซื้อ (Purchasing Power) ของประชาชน
– แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ : เมื่อต้นทุนสินค้าทุกชนิดขยับขึ้น จะนำไปสู่ภาวะ
“เงินเฟ้อต้นทุน” (Cost-Push Inflation) ซึ่งจะทำให้ค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง
– พฤติกรรมการบริโภคเปลี่ยนไป : ประชาชนมักจะลดการใช้จ่ายในสินค้าฟุ่มเฟือย
และหันมาเน้นการใช้จ่ายเฉพาะสินค้าที่จำเป็น หรือมองหาทางเลือกที่ราคาถูกกว่า/สินค้าทดแทน

ดังนั้นผู้ที่มีรายได้น้อย แม้ VAT จะเป็นภาษีทางอ้อมที่เก็บจากทุกคน
แต่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด
เพราะสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการบริโภค
ดังนั้นเมื่อภาษีเพิ่มขึ้น สัดส่วนเงินที่เหลือเก็บจึงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

——————————-

มาดูตัวอย่างกัน คือ
สมมติสถานการณ์ผ่าน ผงซักฟอก 1 ถุง ราคาป้าย 100 บาท
(ซึ่งรวม VAT 7% อยู่แล้วในปัจจุบัน)
เมื่อมีการปรับอัตรา VAT เป็น 10% จะเกิดความเปลี่ยนแปลงดังนี้

วิธีคิดตัวเลข (คำนวณจากราคาขายปลีก)ปัจจุบัน (VAT 7%) :
ราคา 100 บาท คือราคารวม VAT
แล้วราคาหน้าโรงงาน (ก่อน VAT) = 100 หาร 1.07 = 93.46 บาท
โดยภาษีที่รัฐเก็บไป = 6.54 บาท

แต่ถ้ามีการปรับ VAT 10%
โดยผู้ประกอบการ “ผลักภาระ” ให้ผู้บริโภคเต็มจำนวน
ราคาจะกลายเป็น ราคาใหม่ = 93.46 *1.10 = 102.80 บาท (ราคาเพิ่มขึ้น 2.80 บาท)
.
แต่ถ้า ผู้ประกอบแบกภาระนี้ไว้เอง
นั่นคือ ราคาขายเดิม 100 บาท
แต่ราคาก่อน VAT = 100 หาร 1.1 = 90.91 บาท
นั่นคือ ขาดทุน 93.46-90.91 = 2.55 บาท

บทสรุป :
การเพิ่ม VAT ( ภาษีมูลค่าเพิ่ม ) จาก 7% เป็น 10%
ย่อมส่งผลต่อผู้บริโภค และหรือผู้ประกอบการไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

#Cost #Kaizen #SupplyChain #ต้นทุน #ลดความสูญเปล่า #LeanManufacturing #VAT